SF.STILL

posted on 18 Mar 2012 20:47 by babblebear  in aboutFANFIC

STILL


 

 

 

 

 

ผมยังคง...

 

 

 

เสียงท้องฟ้าร้องคำรามกึกก้องดังแทรกเสียงคลื่นกระทบฝั่ง หยาดน้ำค่อย ๆ ร่วงหล่นลงบนผืนทรายทีละเล็กทีละน้อยจนกระทั่งมันสามารถขยายความชื้นไปทั่วทั้งหาดกว้าง ไอแดดแรงที่เคยร้อนระอุถูกดับลงด้วยสายฝนซึ่งกำลังโปรยปราย เมฆหมอกกลุ่มใหญ่เคลื่อนตัวรวดเร็วสวนกันไปมาบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ไม่ให้เล็ดรอดออกมาแม้เพียงเสี้ยวข้างด้านหนึ่ง

 

 

 

'วันฝนตก ผมยังคงอยู่ที่ โอกินาว่า'

 

 

 

กลิ่นความชื้นผสมปนเปไปกับกลิ่นของน้ำทะเลจนแยกแทบไม่ออก ปลายนิ้วโป้งสัมผัสลงบนหน้าจอทัชสกีนที่กว้างเกินมาตราฐาน พร้อมกับระบบตอบรับอัติโนมัติที่กำลังอัพโหลดข้อความและรูปภาพขึ้นบนหน้าเพจที่มีนกตัวสีฟ้าเป็นโลโก้ ที่ริมฝีปากหยักเผยรอยยิ้มที่หม่นหมอง

 

 

 

รอยยิ้มน่ารักยังคงปรากฏอยู่บนบนหน้าของคนสองคนในรูปถ่าย

ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า วันเวลาเหล่านั้นจะสามารถกลับมาอีกครั้งได้หรือเปล่า

 

 

 

ฝ่ามือใหญ่เลื่อนลงสัมผัสพื้นทรายที่เปียกชื้นไม่ต่างไปจากใบหน้าและเสื้อผ้า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเคลื่อนลงมองตามพื้นที่ว่างเปล่า แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้นดวงตาคู่เดิมก็จำต้องขยับขึ้นมองเจ้าของรองเท้าแตะแบบสานที่ยืนค้ำศีรษะอยู่ด้านขวาสุด เสียงเม็ดฝนกระทบลงกับผืนผ้าร่มสีสดใสของชางมินดัง เปาะแปะ น่าฟัง

 

 

ชิมชางมินกำลังเลิกคิ้วแล้วไหวไหล่อีกเล็กน้อยก่อนจะย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ กันกับยุนโฮที่ไม่แม้แต่จะเปิดปากพูดหรือขยับส่วนใดใดของร่างกายนอกเสียจากดวงตาสีน้ำเข้ม หนุ่มชิมถอนหายใจพลางส่งมือที่ใหญ่ไม่แพ้กันวางทาบลงบนไหล่หนาของคนที่อายุมากกว่าถึงสองปี

 

 

 

“เข้าบ้านเถอะพี่...ฝนตกหนักแล้ว...นั่งนาน ๆ แบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี...” ริมฝีปากบางส่งยิ้มให้กับนัยน์ตาคู่เดิมที่ยังมองมา "...ไม่มีใครเขาว่างดูแลพี่กันหรอกนะ”

 

 

“นั่นสินะ...” ริมฝีปากหยักขยับรอยยิ้มกว้างอีกครั้ง ทว่ามันกำลังแลดูโศกเศร้าเหลือใจคนมองเสียจริง

 

 

“เลิกจมอยู่กับความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ได้แล้ว...นี่มันชีวิตจริงนะพี่...” อันที่จริงชิมชางมินก็ไม่ได้อยากจะใจร้ายเหยียบย่ำซ้ำเติมกับคนที่กำลังบาดเจ็บแสนสาหัสเท่าไหร่นักหรอก แต่หากคนที่กำลังล้มป่วยเอาแต่นอนซึมอยู่บนเตียง ไม่ยอมออกมาพบเจอกับแสงแดดหรือแม้แต่สายลมที่ด้านนอก ก็แล้วเมื่อไหร่มันจะหาย "ผมไม่อยากเห็นพี่เป็นแบบเลยสักนิด...มันน่าเป็นห่วงเสียยิ่งกว่าเห็นพี่นอนหมดแรงอ้าปากพะงาบ ๆ อยู่บนเตียงในโรงพยาบาลซะอีก...”

 

 

“จริงสินะ...มันก็แค่ความฝัน..." ชางมินกลอกตาขึ้นลงไปมาตอนที่ยุนโฮเบือนหน้าหันกลับไปมองทะเลอีกครั้ง แน่ล่ะว่าคำพูดจากความห่วงใยของเขามันก็คงจะเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวาอีกเหมือนเดิม มันพาลจนอยากจะจับชายหนุ่มรุ่นพี่โยนลงทะเลเสียจริง ๆ

 

 

 

ให้ดิ้นตายสิ!

 

 

ชิมชางมินหายใจยาวอีกครา เขาทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นทรายที่ทั้งเปียกทั้งแฉะอย่างไม่สนใจว่าหากพี่ผู้จัดการมาเห็นเขาคงจะต้องโดนตำหนิเรื่องกางเกงสีขาวที่เลอะจนซักไม่ออกเลยสักนิด ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเลือกที่จะยังไม่พูดหากแต่ก็ทอดมองออกไปยังท้องทะเล ที่ที่เดียวกันและกลุ่มคลื่นกำลังถูกซาดซัดเข้าฝั่งอย่างช้า ๆ ร่มคันใหญ่ถูกเปลี่ยนมาถือด้วยมือซ้ายแทน

 

 

 

เพียงเพราะคุณที่ทำให้ผมร้องไห้ได้

อยากพบกันอีกสักครั้ง อยากที่จะหัวเราะออกมาอีกครั้ง

ถ้าหากว่าเราได้พบกันที่นี่อีกครั้ง

ผมจะจับมือของคุณเอาไว้ให้แน่นและสัญญากับคุณ

 

 

 

“ชางมิน...” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่มีเพียงเสียงสายฝน เสียงลม และเสียงคลื่น "รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องยืนอยู่ที่เดิม...ยังยืนอยู่ในที่ของยูโนว์ยุนโฮ..." ยุนโฮไม่ได้สบตากับชางมินที่หันมามองอย่างไม่เข้าใจในคำถาม "เพราะเขาโดดเด่น...ทุกคนบนโลกสามารถมองเห็นเขาได้จากทุก ๆ ที่...และฉันคิดว่า...ถ้าหากฉันกลับไปเป็นชองยุนโฮคนธรรมดาคนหนึ่ง...เขาจะหาฉันไม่เจอ...”

 

 

“แล้วเป็นยังไงล่ะครับ...” ชางมินสาบานได้ว่าครั้งนี้เขาไม่ได้คิดจะกวนประสาทยุนโฮเลยสักนิด

 

 

“แต่เขาก็ยังไม่มา...” ริมฝีปากหยักฝืนยิ้มส่งให้น้องชายเพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู่เคียงข้างเขาในทุก ๆ วัน เผลอเพียงชั่วครู่ชิมชางมินก็เติบโตขึ้นในทุก ๆ ย่างก้าวจนกระทั่งแข็งแกร่งแซงหน้าพี่ชายที่เอาแต่อ่อนแออ่อนไหวลงทุกวัน ๆ อย่างเขาไปเสียแล้ว

 

 

“พี่เขาเดินจากเราไปแล้ว...” เสียงทุ้มย้ำเตือนเผื่อว่าความทรงจำนั้นจะเลือนหายไปพร้อมกับกาลเวลา "ผมไม่อยากจะพูดแบบนี้เลยสักนิด...แต่เชื่อเถอะครับว่า...เขาไม่สามารถย้อนกลับมาหาพี่กับผมได้...”

 

 

“นั่นสิ...นั่นสินะ...” ยุนโฮพึมพำออกมาเบา ๆ

 

 

 

ผมไม่สามารถฟังเสียงของคุณได้ ผมไม่สามารถตะโกนชื่อของคุณออกไปได้

หากเราพบกันในความฝัน ผมจะกอดคุณเอาไว้ให้แน่นที่สุด

แต่ผมก็ไม่สามารถพบคุณได้ แม้กระทั่งคำว่า รัก ผมก็ไม่สามารถบอกมันกับคุณได้

ผมเสียใจ ผมเสียใจราวกับจะเป็นบ้า ความรักที่น่าเศร้า น่าเศร้าจริง ๆ

 

 

 

เพราะสถานะ เพราะสถานที่ เพราะความเหมาะควรที่ใครกำหนด เพราะเรื่องระหว่างเรา มันยากเกินไป มันยากเกินกว่าจะเปลี่ยนความคิด มันยากเกินกว่าจะรั้งไว้ มันยากเหลือเกินที่จับมือแล้วเดินร่วมทางเดียวกัน มันยากเหลือเกินที่ชองยุนโฮจะพูดในหลาย ๆ สิ่งที่คิดออกไป เวลามันจำกัด เวลามันไม่พอ สถานการณ์มันบีบรัด มันบีบคั้นจนมันนึกไม่ออก มันตื้อ มันตัน มันไม่สามารถทำได้แม้แต่จะขยับริมฝีปากเสียด้วยซ้ำ และลำคอแห้งผากไปหมด

 

 

 

 

ถ้าหากว่าเราบังเอิญพบกันอีกครั้งบนถนนสายนั้นได้ก็คงดี

ผมจะฉวยโอกาสนั้นจับมือของคุณเอาไว้ให้เนิ่นนาน

หรือแม้แต่หากเราพบกันในความฝัน ผมก็จะจูบคุณ

นานแค่ไหน ผมก็จะไม่มีทางลืมคุณ ผมจะไม่เปลี่ยนแปลงไป

 

 

 

“ถ้าหากว่าตอนนั้นฉันพูดมันออกไป...”

 

 

“จะมีประโยชน์อะไรหากพี่จะนึกโทษอดีตที่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก...” ชางมินว่า เขาหันกลับไปมองทะเลอีกครั้ง ฝนเกือบจะหยุดตกแล้ว "หรือบางที...ต่อให้พี่พูดออกไป วันนี้เราก็อาจจะนั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้สองคนก็ได้...”

 

 

“อย่างน้อย...ฉันก็ยังกล้าที่จะพูด...” ปลายนิ้วชี้ของชายหนุ่มขยับขีดเขียนไปบนพื้นทรายข้าง ๆ ตัว "ไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาดที่มานั่งนึกเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ทำไปในวันนั้น...”

 

 

“พี่ครับ...”

 

 

ฉันมันขี้ขลาด...ชางมิน...”

 

 

 

I want you to stay in my heart.

I need your love that brings tears to my eyes.

 

 

 

 

 

"สองปีมาแล้ว...

 

ผมยังคงเป็น ยูโนว์ยุนโฮ

ผมยังคงเป็น ลีดเดอร์

ผมยังคงเป็น ทงบังชินกิ

ผมยังคงเป็น พี่ชาย

ผมยังคงยืนอยู่ที่เดิม

 

และผมยังคง รอ ให้พวกเขากลับมา"

 
 
 
 
 
still going on ...